“แอนิเมเตอร์สาวไทย” ผู้อยู่เบื้องหลังหนังฟอร์มยักษ์ Raya and the Last Dragon ดีกรีรางวัลออสการ์!

พูดคุยเรื่องอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับ 3D .... เช่น ปัญหาการใช้เวปบอร์ด, ดูหนัง ฟังเพลง...(ส่วนเรื่องการเมืองห้ามคุยเด็ดขาด อิอิ)
Post Reply
porndusit
Posts: 427
Joined: 17 Jul 2015, 13:54

“แอนิเมเตอร์สาวไทย” ผู้อยู่เบื้องหลังหนังฟอร์มยักษ์ Raya and the Last Dragon ดีกรีรางวัลออสการ์!

Post by porndusit »

ผู้จัดการออนไลน์
26 มี.ค. 2564
564000002963001.jpg
ฝน-ประสานสุข วีระสุนทร หรือ Fawn Veerasunthorn สาวไทยดาวรุ่งแอนิเมเตอร์ระดับโลกที่มีโอกาสได้ร่วมทำงานกับทางดิสนีย์ ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่กำลังเข้าฉายในตอนนี้ เรื่อง “Raya and the Last Dragon” หรือที่ใช้ชื่อไทยว่า “รายากับมังกรตัวสุดท้าย”...

“มีความภูมิใจอยู่เยอะมาก หลังจากหนังออกมา ดูเป็นไทย รู้สึกว่าอย่างน้อยก็ได้ทำหน้าที่ของเราแล้ว ตอนมาทำเรื่องนี้ ตอนแรกก็ไม่แน่ใจว่าคนไทยจะคิดยังไง (หัวเราะ) เพราะว่ามันเป็นหนังแฟนตาซีเวิลด์ ที่ไม่ใช่เมืองที่มีอยู่จริง

แต่ความตั้งใจของทีมงานก็อยากให้คนภูมิภาคนี้พอดูหนังแล้วรู้สึกว่าได้เห็นตัวเอง ได้เห็นคนที่หน้าตาเหมือนตัวเอง ได้เห็นวิถีชีวิตเหมือนอะไรที่เราคุ้นเคย ที่เป็นคนที่มาจากในภูมิภาคนี้ค่ะ ก็เลยใส่อะไรไปหลายๆ อย่าง พอได้ยินชื่อ ทอง, บุญ, น้อย เขาเข้าใจได้ อย่าง อาทิตยา, ปราณี มีหลายชื่อที่คุ้นหูคนไทย

ก็รู้สึกโชคดีอย่างน้อยก็ได้มาเกี่ยวข้องกับหนังเรื่องนี้ ตอนแรกก็กลัวอยู่เหมือนกันที่จะทำให้คนไทยผิดหวัง แต่เราก็ทำให้ดีที่สุดแล้วนะ ออกมาก็หวังว่าคนชื่นชอบกัน”
ตั้งใจถ่ายทอดความเป็นไทยหลายอย่างลงไปไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิต วัฒนธรรม อาหารหารกิน ที่เราจะเห็นอาหารไปปรากฏในหนังเรื่องนี้ไปสู่สายตาทุกคนในมุมโลก...

แรงบันดาลใจจาก “ญาญ่า” สู่เจ้าหญิง “รายา”
564000002963006.jpg
นอกจากแฟนๆ หนังดิสนีย์จะได้พบกับเจ้าหญิงองค์ใหม่ที่ทั่วโลกกำลังพูดถึง “รายา” แห่งนครคูมันตรา ที่มาพร้อมกับภารกิจตามหามณีมังกรเพื่อกอบกู้อาณาจักรจากปีศาจร้าย และยังได้นักแสดงสาวสวยมากความสามารถให้เสียงพากย์ไทยเจ้าหญิงรายา โดย ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ อีกด้วย

ประเด็นที่ไม่ถามไม่ได้เลยคือ เรื่องที่ญาญ่าคือแรงบันดาลใจในการออกแบบตัวละครนี้ จนทำให้เป็นที่มาของเจ้าหญิงรายาฉบับพากย์ไทย

เพราะเรื่องนี้ได้มีการเปิดเผยจากทางทีมเขียนบทของ “Raya and the Last Dragon” เองเลยว่าญาญ่า คือต้นแบบ

“แรงบันดาลใจในตัวรายาเองมีแรงบันดาลใจมาจากหลายๆ ที่นะคะ คือมันก็ไม่ได้เจาะจงเป็นคนใดคนหนึ่ง แต่ว่าเรารู้จักผลงานของญาญ่า แล้วเพื่อนที่ทำงานเขาก็รู้จักผลงานของญาญ่า ก็รู้สึกว่าญาญ่ามาไกลถึงที่นี่...

สมัครหลายรอบกว่าจะได้ทำงานกับดิสนีย์
564000002963011.jpg
เธอเล่าว่า ด้วยความที่โตมากับแอนิเมชันของดิสนีย์ชื่นชอบผลงาน จึงอยากร่วมงานด้วย กว่าจะเข้ามาทำงานที่ดิสนีย์ได้ ต้องสมัครมาถึง 3 รอบ ฝ่าฝันความยาก จนตอนนี้เธอร่วมงานกับดิสนีย์มาเกือบ 10 ปี และได้ร่วมงานในแอนิเมชันหลายเรื่อง ทั้ง Frozen, Zootopia, Moana

“ตอนนั้นก็ทำงานที่เบอร์แบงก์ ทำงานอยู่ที่สตูดิโออื่น แต่คืออยากจะทำงานที่ดิสนีย์ เพราะว่าโตมากับการ์ตูนที่ดิสนีย์ แล้วตอนนั้นเขาก็ทำโปรเจกต์หลายเรื่อง เรารู้สึกว่าชอบ รู้สึกว่าเนื้อเรื่องดีแล้วภาพออกมาสวย รู้สึกว่าเรื่องแอนิแมชั่นมันไปถึงอีกระดับหนึ่งแล้ว

เธอเล่าถึงความรู้สึกในแต่ละครั้ง แม้จะผิดหวัง แต่ก็นำคำวิจารณ์เหล่านั้นกลับมาพัฒนาตัวเอง ต่อยอดจนประสบความสำเร็จ

“ก็สมัครไปเรื่อยๆ เขาไม่เอาก็สมัครอีก แต่ละครั้งที่สมัครเขาจะมีฟีดแบ็กกลับมาว่า บางอันขาดทางด้านนี้นะ แต่จุดนี้ดีแล้ว รู้สึกว่าวาดรูปได้ แต่ยังไม่เห็นสกิลทางด้านการเล่าเรื่องเราก็โอเค และสไตล์การทำงานมันไม่ cinematic มันดูเป็นงานทางด้านทีวี ก็โอเคเอามาปรับปรุง

แล้วพอสมัครหลายๆ รอบ รอบที่ 3 ก็รู้สึกไม่ได้คาดหวังอะไรเขาเปิดรับสมัครอีกแล้ว สมัครดีกว่า เขาไม่ได้เปิดทุกปี แต่เขาเปิดเวลาเขาต้องการคน อย่างตอนี้ก็รับสมัครอยู่ ถ้าใครอยากสมัคร มันก็จะมีเว็บไซต์คอยเช็กเรื่อยๆ ว่ามีตำแหน่งนี้เปิดหรือเปล่า”

เธอเล่าพร้อมความตื่นต้นถึงวินาทีที่ไปสัมภาษณ์กับทางดิสนีย์ ต้องเจอผู้กำกับถึง 10 คน ซึ่งเธอมองว่าเป็นเรื่องที่ยากมากๆ กว่าจะก้าวเข้ามาถึงจุดนี้ได้ แต่ก็ใช้ความพยายามไปเรื่อยๆ

“เขาโทร.มาเขาก็ถามว่าอยากจะมาสัมภาษณ์งานไหม แล้วมันก็ใช้เวลาทั้งวัน เราก็ทำงานอีกที่หนึ่ง เราก็คิดว่าจะไปได้ยังไงทั้งวัน ก็ลางาน ก็บอกบางคนที่เชื่อใจกันว่าได้สัมภาษณ์ที่ดิสนีย์นะ แต่คงไมได้หรอก เขาโทร.มาก็ไปขำๆ ไม่รู้จะได้หรือเปล่า...

ในฐานะที่เป็นคนทำงานในด้านนี้ เธอเธอยังมองถึง ช่องโหว่ของแอนิเมชันไทย ที่อาจจะยังไปได้ไม่ถึงระดับอินเตอร์ อยากให้คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมนี้ได้หันมาสนับสนุนคนไทยให้ไปไกลในระดับโลก

“การทำหนังแอนิเมชันมันมีหลายปัจจัย ปัจจัยหลักก็คือต้นทุนด้วย ถ้าเกิดทำก็ต้องดูว่าต้นทุนอยู่ถึงระดับไหนที่รู้สึกว่าไปต่อได้ แต่ไม่ได้ดูหนังแอนิเมชันไทยเรื่องล่าสุดที่ดูจึงไม่สามารถจะมาบอกได้ ว่ามีช่องโห่วอะไร คือเป็นคนที่ดูละครไทย ดูหนัง ดูซีรีส์ไทย ติดตามอยู่ว่าคนไทยมีความสามารถในการเล่าเรื่องสุดยอดมาก

ถ้าเกิดเห็นหนังไทยขึ้นมาใน Netflix ต้องดู เนื้อเรื่องมันไม่ได้เป็นอะไรที่แบบว่าทำให้เราอยู่ในจุดหนึ่งต่อไปแล้ว บางทีก็อยากให้รัฐบาล หรือคนที่มีพลังที่จะสนับสนุนอุตสาหกรรมทางด้านแอนิเมชันเมืองไทยได้คิดว่า มันเป็นอุตสาหกรรม เป็นธุรกิจที่มีผลตอบกลับสูงนะ อาจจะอยากมาลงทุน จะมาสนับสนุนศิลปินในเมืองไทยจะได้สร้างงานต่อไปเรื่อยๆ

ท้ายนี้เธอยังฝากไปถึงสำหรับคนที่มีฝัน สนใจทางด้านแอนิเมชัน ไม่ต้องกลัวอยากให้ลองลงมือทำ จะได้รู้ว่าสำเร็จหรือไม่

“ขอฝากไว้ว่าถ้าไม่ลองทำก็ไม่รู้ ถ้าเกิดไม่ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ก็อาจจะไม่รู้ว่าจะเฟลหรือไม่เฟล อย่าไปกังวลว่าจะเฟล ทำไปเลย”

https://www.youtube.com/watch?v=Joy7iW_PCsM

https://mgronline.com/live/detail/9640000028860

Post Reply